เดินหน้าโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร

กรมส่งเสริมสหกรณ์อัดความรู้ด้านตลาดต่อ ยอด โครงการลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน ปี  65  วางเป้าสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร 1.2หมื่นบาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มจากปี 64 ร้อยละ 3


นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์   เปิดเผยว่า กรมได้เดินหน้าโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน ปี 2565  ซึ่งเป็นปีที่ 3 ของโครงการ (2563-2565) ในปี 65 จะเน้นการพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งกรมตั้งเป้าว่าเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 3 จากปี 64 คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าโครงการประมาณ 884 คน โดยคัดเลือกเกษตรกรในโครงการจากทุกจังหวัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และภาคีเครือข่ายร่วมแล้ว 1,122 คน งบประมาณดำเนินการ  2.5 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายเดิมกว่า 500 ราย กรมจะมุ่งสนับสนุนองค์ความรู้ รวมไปถึงปัจจัยต่างๆ ซึ่งจะพัฒนาต่อยอดแต่ละ Cluster โดยใช้ หัวขบวนของแต่ละ Cluster เป็นหลักในการขับเคลื่อนด้านการตลาด เพื่อให้สามารถขยายเครือข่ายพันธมิตรทางการค้า ขยายตลาดในวงกว้างต่อไป

ทั้งนี้กำหนดให้มีการติดตามผลการดำเนินการและรายงานทุก 2 เดือนเพื่อให้โครงการมีผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายของโครงการ
สำหรับการจัดอบรมนั้นมาจากผลสำรวจของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ที่พบว่าเกษตรกรที่เข้าโครงการร้อยละ 77 ต้องการให้มีการจัดอบรมเพื่อพัฒนาทักษะด้านการวางแผนการผลิตและการเพิ่มช่องทางการตลาด ในปีสุดท้ายของโครงการนี้ การต่อยอดครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เนื่องจากเมื่อเริ่มต้นโครงการในปีแรก เป็นปีการสร้างโอกาสในการกลับบ้านสร้างฐานด้านการเกษตรและกรมเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนา การให้ความรู้และวางแผนการผลิต มาต่อเนื่องร่วมกับภาคีเครือข่าย ในปี 65 คือการติดอาวุธทางปัญญาด้านการตลาด การจัดหาสินค้า การรวบรวมผลผลิต การออม การบริหารจัดการผลผลิตการเกษตร  เชื่อมั่นว่าเกษตรกรที่เข้าโครงการนี้จากนี้ไปจะสามารถยืนได้และมีความมั่นคงในชีวิตเพิ่มมากขึ้น โดยมีสหกรณ์เป็นศูนย์กลางในการสร้างอาชีพทางการเกษตรที่มั่นคง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้ชุมชนและที่สำคัญคือการทำให้สหกรณ์เป็นที่พึ่งของสมาชิกอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มีการประเมินโครงการลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านที่ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์( ปี2563-64) จากการสำรวจเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 500 คน พบว่า

  1. เกษตรกรสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการลดการใช้สารเคมีหลังเข้าร่วมโครงการรวม 2,406,408 บาทต่อปี  2. เกษตรกร ร้อยละ 77.02 มีความพึงพอใจต่อโครงการในด้านการประสานงานหลักสูตรอบรม รูปแบบการดำเนินการและวิทยากร
  2. เกษตรกรร้อยละ 88.90  มีคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆที่ดีขึ้นหลังร่วมโครงการโดยมีความเห็นว่า คุณภาพชีวิตดีขึ้นเนื่องจากสุขภาพดี ลดความเครียด ลดความเสี่ยงเรื่องสารเคมีและมลพิษทางอากาศ เกิดความภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรม และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ชุมชน มีการออมและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  4. เกษตรกรร้อยละ 99.40 มีการดำเนินการได้ตามแผนการผลิต  มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร เฉลี่ยรายละ 8,954 บาทต่อเดือน

แสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด

VIEW ALL

กรมชลทุ่ม 7 พันล.ผุดสตรีทคาแนล

กรมชลฯ ลุยแก้น้ำท่วมพื้นที่ฝั่งตะวันตกลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เร่งเดินหน้าโครงการคลองถนนแล…

ออมสินออกมาตรการผ่อนล้านละ 5 พันช่วยผยุงคนกู้ซื้อบ้าน

ออมสินออกมาตรการปรับลดเงินงวด “ผ่อนบ้านดี..มีเฮ”แบ่งเบาภาระลูกหนี้ผ่อนดี ผ่อนต่ำล้านละ 5 พ…

CKPower ลุยลงทุนพลังงานหมุนเวียน

CKPower ฝ่าวิกฤติก๊าซแพง Q2/65 กำไรเพิ่ม 157 ล้านบาท YoY คาด Q3 แนวโน้มผลการดำเนินงานดีกว่…

บทความแนะนำ

VIEW ALL

กรมชลทุ่ม 7 พันล.ผุดสตรีทคาแนล

กรมชลฯ ลุยแก้น้ำท่วมพื้นที่ฝั่งตะวันตกลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เร่งเดินหน้าโครงการคลองถนนและอุโมงค์ระ…

ออมสินออกมาตรการผ่อนล้านละ 5 พันช่วยผยุงคนกู้ซื้อบ้าน

ออมสินออกมาตรการปรับลดเงินงวด “ผ่อนบ้านดี..มีเฮ”แบ่งเบาภาระลูกหนี้ผ่อนดี ผ่อนต่ำล้านละ 5 พันบาท/เดือ…

CKPower ลุยลงทุนพลังงานหมุนเวียน

CKPower ฝ่าวิกฤติก๊าซแพง Q2/65 กำไรเพิ่ม 157 ล้านบาท YoY คาด Q3 แนวโน้มผลการดำเนินงานดีกว่าปีก่อน เร…