สทนช.ระดมรุกทุกมาตรการน้ำ ป้องกันป้อมปราการ อีอีซี

เดือนเมษายน 2563 ปลายฤดูร้อน ดูเหมือนว่าน้ำกำลังเขม็งเกลียวตึงตัว จนต้องระดมหลายมาตรการ ทั้งฝั่งผู้ใช้ และฝั่งของแหล่งน้ำต้นทุน

              พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ประกอบด้วย จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ปรากฏ

              มาตรการทางฝั่งผู้ใช้น้ำ ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้มมาแต่ต้นแล้ว โดยเฉพาะมาตรการ 3 R (Reduce Reuse Recycle) ตั้งเป้าลดการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมลง 10% ภาคการท่องเที่ยวที่ปกติจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่เมื่อเกิดไวรัสโควิด-19 ระบาด ทำให้การใช้น้ำส่วนนี้พลอยลดลงอย่างมาก ส่วนภาคเกษตรกรรมเป็นช่วงสุดท้ายที่ใช้น้ำมาก โดยเฉพาะสวนทุเรียน พืชเศรษฐกิจหลักของระยอง

              “สวนทุเรียนแทบทั้งหมด เกษตรกรจะมีสระน้ำสำรอง รับน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนแล้วสูบเก็บไว้ในสระของสวน บางรายก็ขุดบ่อบาดาลเสริมความมั่นคงอีกชั้น ตอนนี้อยู่ในช่วงปลาย ต้องประคับประคองให้เก็บเกี่ยวผลทุเรียนเสร็จก่อน ปัญหาจะเบาลงทันที ส่วนภาคการท่องเที่ยวปัญหาน้อย เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา  เหลือแต่บ้านเรือนประชาชนก็ยังคงรณรงค์ให้ประหยัดน้ำกัน” ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. กล่าว

              “ส่วนของอุตสาหกรรม ช่วงนี้เป็นนาทีทองของสินค้าบางประเภท เช่น เหล็ก อินเดียซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ลดการผลิตลง ไทยก็มีโอกาส แต่เราก็ต้องมีน้ำหล่อเย็นให้โรงงานผลิตเหล็ก สทนช.กำลังหาแหล่งน้ำ รวมทั้งเจรจากับเอกชนที่เป็นเจ้าของแหล่งน้ำ เพื่อใช้ในโรงงาน”

              มาตรการเพิ่มน้ำต้นทุนนั้น ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า สทนช.พยายามเพิ่มน้ำต้นทุนที่จะใช้ในอีอีซี ขณะนี้ที่เขื่อนประแสร์ นอกจากใช้ในภาคการเกษตรแล้ว ยังผันน้ำวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรผ่านบริษัทอีสต์วอเตอร์จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรม ขณะนี้กำลังพิจารณาสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกงส่งไปเติมอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี หากค่าความเค็มน่าจะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

ส่วนการผันน้ำจากเขื่อนประแกด จ.จันทบุรี มาเติมเขื่อนประแสร์ จ.ระยอง เพื่อกระจายลงมาช่วยทั้ง จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี นั้น จะเป็นมาตรการท้ายๆ เพราะขณะนี้ยังผันมาใช้อยู่ในโควตาเดิมที่ตกลงกันไว้ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร

              “เรื่องน้ำ ถ้า จ.ระยอง ตึงตัวเรื่องน้ำเมื่อไหร่ จ.ชลบุรี ก็จะอึดอัดมากขึ้น  ดังนั้น นอกจากอาศัยผันน้ำมาเติมเขื่อนประแสร์ เราก็ต้องหาวิธีผันน้ำจากที่อื่นไปเติมเขื่อนบางพระด้วย ถ้าผ่านพ้นฤดูแล้งนี้ไปได้ พอเข้าฤดูฝนในเดือนพฤษภาคมน่าจะมีความหวังว่า จะมีฝนตกลงมาบ้าง และเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น การศึกษาการทำน้ำทะเลเป็นน้ำจืดซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วน” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

แสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด

VIEW ALL

บริหารน้ำแบบประณีต เก็บทุกหยดใช้ทุกหยาด

“ฤดูฝนปีนี้ น้ำดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน” ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์  เลขาธิการสำนักงานทรัพยา…

เร่งสปีดแก้ขาดแคลนน้ำหน้าแล้ง-เก็บกักน้ำฝน

สทนช. ยืนยันงบกลางแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ-เก็บกักน้ำฝน  เดินหน้าขับเคลื่อนทันกำหนด มิ.ย.…

กรมชลเดินหน้ารับมือฤดูฝนปี 63 พอใจแก้แล้งเดินตามแผน

กรมชลประทานเดินหน้าเตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 63 อย่างเต็มศักยภาพ เน้นเก็บกัก…

บทความแนะนำ

VIEW ALL

บริหารน้ำแบบประณีต เก็บทุกหยดใช้ทุกหยาด

“ฤดูฝนปีนี้ น้ำดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน” ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์  เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งช…

เร่งสปีดแก้ขาดแคลนน้ำหน้าแล้ง-เก็บกักน้ำฝน

สทนช. ยืนยันงบกลางแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ-เก็บกักน้ำฝน  เดินหน้าขับเคลื่อนทันกำหนด มิ.ย.-ก.ค. นี้แ…

กรมชลเดินหน้ารับมือฤดูฝนปี 63 พอใจแก้แล้งเดินตามแผน

กรมชลประทานเดินหน้าเตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 63 อย่างเต็มศักยภาพ เน้นเก็บกักน้ำให้มากท…