มหัศจรรย์ยางชุม

ยางชุมเป็นชื่ออ่างเก็บน้ำ ในพื้นที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2546 ให้กรมชลประทานเพิ่มความจุอ่าง โดยให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายใน 2 ปีไม่เกินปี 2548

ขณะเดียวกัน ให้สร้างฝายต้นน้ำ สระน้ำขนาดเล็กตามลำห้วยเหนืออ่างเก็บน้ำยางชุม เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ ชะลอน้ำท่วม ให้ความชุ่มชื้นแก่ป่า และช้างมีน้ำกิน

เบื้องหลังการเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำยางชุมนั้น นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ  หัวหน้าโครงการก่อสร้างในขณะนั้นเล่าว่า กรมชลประทานวางแผน ยกระดับความสูงสันเขื่อน 3 เมตร จะเพิ่มความจุจาก 32 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 41 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี จากปี 2547- 2549 แต่พระองค์ทรงขอให้เสร็จภายใน 2 ปี คือปี 2548

“รับสั่งอย่างนั้น ผู้ใหญ่กรมชลประทานน้อมรับ โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะทำกันยังไง ระยะเวลา 2 ปี เท่ากับทำงานจริงแค่ 1 ปี เพราะต้องหยุดก่อสร้างช่วงฤดูฝนปีละ 6 เดือน”

ฝ่ายก่อสร้างจึงทำงานกันวันละ 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 กะ และวางแผนส่งไม้ระหว่างกะให้ทำงานต่อรอบกันโดยไม่สะดุด  ส่วนแบบก่อสร้างแม้จะออกแบบมาบ้าง ยังต้องอาศัยแก้กันหน้างาน

“ช่วงก่อสร้างจะมีรถตู้ทะเบียนอักษร ด มาจอดไกลๆมาดูเป็นระยะๆ ซึ่งต่อมาทุกคนก็รู้ว่าเป็นรถจากสำนักพระราชวัง แต่ไม่รู้ว่ามีใครมาบ้าง  หรือบางครั้งก็มีเฮลิคอปเตอร์บินวนเหนือที่ก่อสร้าง ที่สำคัญมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังมาบอกว่า ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้  พอเราถาม ก็บอกว่าให้ทำอย่างนี้ก็แล้วกัน ทั้งที่โดยปกติแล้ว ไม่เคยเข้ามาสั่งการแบบนี้เลย” นายไพรัตน์เล่า

ไม่น่าเชื่อ การเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำยางชุมก็สำเร็จภายใน 2 ปีตามรับสั่ง ขณะที่คนงานถอนตัวออกไปแทบหมด มีหมายกำหนดการล่วงหน้า 5 วันว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเสด็จฯมาเยี่ยมชมโครงการ โดยทางเฮลิคอปเตอร์ อีกทั้งทรงต้องการดูป่ากุยบุรี ซึ่งทางรถยนต์เข้าไปไม่ถึง เพราะมีอ่างเก็บน้ำยางชุมขวางอยู่

ต้องหาสถานที่ให้ ฮ.พระที่นั่งลงจอด “หาเท่าไรก็ไม่ได้ ตัดสินใจใช้สันเขื่อนเป็นสถานที่ลงจอด ก็ต้องเร่งระดมคนปูอิฐและทำอะไรต่อมิอะไร กำลังคนก็ไม่เหลือ ต้องอาศัยพระเณรในวัดบริเวณนั้นมาช่วยทำจนแล้วเสร็จจนได้”

วันรับเสด็จฯก็เป็นเหมือนดังที่องคมนตรี สวัสดิ์ วัฒนายากร เคยเล่า คือโปรดให้คนปฏิบัติงานจริงถวายรายงาน “ครั้งนี้พระองค์ท่านรับสั่งให้ผม ซึ่งอยู่ท้ายแถวมาถวายรายงาน โดยที่ผมเองไม่ได้เตรียมตัวแม้แต่น้อยเลย”

หลังเสด็จเพียง 5 วัน ฝนฟ้าก็โปรยปรายลงมาอย่างหนัก น้ำเต็มอ่างความจุ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร ล้นทางระบายน้ำล้นด้วยซ้ำ เป็นที่อัศจรรย์นัก  หากสร้าง 3 ปีตามกำหนดเดิม ปีนั้นกุยบุรีคงท่วมทั้งอำเภอ เสียหายมากกว่าค่าก่อสร้าง 180 ล้านบาทแน่นอน

ไม่มีใครรู้ว่า เหตุใดพระองค์รับสั่งให้เร่งก่อสร้าง พอๆกับที่ไม่รู้ว่า ก่อนนั้นเมื่อเดือนกันยายน 2537 ในขณะกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า พายุซูเปอร์ไค้ฝุ่นแอนเจล่าจะพัดเข้าไทยด้วยความเร็วลมกว่า 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแต่พระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นที่ทรงรู้ และมีรับสั่งว่า “ไม่เข้า…อธิบดี   แอนเจล่าไม่เข้าแน่ ไม่ต้องตกใจ….และสุดท้ายแอนเจล่าหักมุม 90 องศาเลี้ยวขึ้นไปจีน”

น่าอัศจรรย์ใจเหลือเกิน

แสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด

VIEW ALL

กรมชลตอบรับความต้องการชาวป่าบอนพัทลุง เร่งเดินหน้าสร้างอ่างเหมืองตะกั่วช่วย 10 หมู่บ้าน

กรมชลประทาน ตอบรับความต้องการแหล่งน้ำของชาวอำเภอป่าบอน จ.พัทลุง เร่งพัฒนาอ่างเก็บน้ำเหมือง…

โครงการสินค้าชุมชน สร้างรายได้ สร้างชุมชน

การเคหะแห่งชาติ เปิดโครงการสินค้าชุมชน “สร้างรายได้ สร้างชุมชน” รับมือผลกระทบสถานการณ์โควิ…

เปิดวิชั่น “วิทัย” ดันออมสินธนาคารเพื่อสังคมเต็มตัว เร่งสปีดลดหนี้สิ้นฐานราก

วิทัย รัตนากร เปิดวิสัยทัศน์ ปรับบทบาทธนาคารออมสินเข้าสู่การเป็น Social Bank เต็มรูปแบบ เผ…

บทความแนะนำ

VIEW ALL

กรมชลตอบรับความต้องการชาวป่าบอนพัทลุง เร่งเดินหน้าสร้างอ่างเหมืองตะกั่วช่วย 10 หมู่บ้าน

กรมชลประทาน ตอบรับความต้องการแหล่งน้ำของชาวอำเภอป่าบอน จ.พัทลุง เร่งพัฒนาอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว เผย…

โครงการสินค้าชุมชน สร้างรายได้ สร้างชุมชน

การเคหะแห่งชาติ เปิดโครงการสินค้าชุมชน “สร้างรายได้ สร้างชุมชน” รับมือผลกระทบสถานการณ์โควิดให้แก่ชุม…

เปิดวิชั่น “วิทัย” ดันออมสินธนาคารเพื่อสังคมเต็มตัว เร่งสปีดลดหนี้สิ้นฐานราก

วิทัย รัตนากร เปิดวิสัยทัศน์ ปรับบทบาทธนาคารออมสินเข้าสู่การเป็น Social Bank เต็มรูปแบบ เผยเตรียมเข้…