ธนาคารเวลาชุมชนดินแดงสุดแจ่ม การเคหะฯ เล็งทำต่อห้วยขวาง-คลองจั่น

การเคหะแห่งชาติมั่นใจโครงการธนาคารเวลาจะประสบความสำเร็จในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 (อาคารแปลง G) ระบุมีความพร้อมทั้งสถานที่- จิตอาสา-ผู้สูงอายุ เล็งขยายไปทำต่อที่เคหะชุมชนห้วยขวาง รามอินทรา และคลองจั่น

นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้คัดเลือกโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 (อาคารแปลง G) จำนวนหน่วยอาศัย 334 หน่วย เป็นโครงการนำร่องแห่งแรกในกรุงเทพมหานครให้เข้าร่วมโครงการ “ออมเวลา จิตอาสา ใส่ใจพัฒนาสังคม” หรือ “ธนาคารเวลา” ปัจจุบันมีจิตอาสาจำนวน 20 คน และผู้รับบริการ 8 คน ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งล้วนเป็นผู้สูงอายุทั้งสิ้น โดยสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการรับบริการจากจิตอาสา ได้แก่ การรับ-ส่ง อำนวยความสะดวกในการพาไปโรงพยาบาล การติดต่อทำธุระ การพูดคุยรับฟังปัญหา การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การจัดกิจกรรมดนตรีบำบัด การร่วมร้องเพลง เล่นดนตรี การทำความสะอาดร่างกาย และดูแลกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุ

“เชื่อมั่นว่าอาคารแปลง G ที่ดินแดงจะประสบความสำเร็จด้วยดี เพราะเป็นชุมชนที่มีความพร้อม ทั้งสถานที่ จำนวนผู้สูงอายุ จิตอาสา และเจ้าหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติ แม้ว่าอาคารแปลง G จะเป็นที่อยู่อาศัยรวมของผู้อยู่อาศัยเดิมในแฟลตที่ 18-22 เมื่อมาอยู่ร่วมกันใหม่ๆ อาจไม่คุ้นเคยมากนัก แต่โครงการธนาคารเวลาจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ดูแลกันเอง สร้างสัมพันธภาพที่ดีขึ้น ผู้สูงอายุเองก็พลอยมีสุขภาพจิตดีขึ้นด้วย โดยมีการเคหะแห่งชาติคอยเป็นพี่เลี้ยง”

ผู้ว่าการการเคหะฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อไปโครงการธนาคารเวลาจะขยายไปยังโครงการอื่น ๆ ของการเคหะแห่งชาติ เช่น เคหะชุมชนห้วยขวาง เคหะชุมชนรามอินทรา และเคหะชุมชนคลองจั่น ซึ่งเป็นโครงการเก่าแก่และมีผู้สูงอายุค่อนข้างมาก

โครงการธนาคารเวลาเป็นการประยุกต์แนวคิดจากประเทศพัฒนาแล้วที่ส่งเสริมให้คนในสังคมได้ดูแลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก โดยจิตอาสาจะได้รับการบันทึกรับรองเวลาที่เสียสละมาให้บริการ และได้รับการดูแลคืนเมื่อมีความต้องการหรือจำเป็นต้องการความช่วยเหลือ หรือบริจาคให้คนอื่น โดยกรมกิจการผู้สูงอายุกำหนดดำเนินโครงการธนาคารเวลานำร่องใน 42 พื้นที่ 28 จังหวัด โดยมีจิตอาสาเข้าร่วมแล้ว 2,115 คน

“การเคหะแห่งชาติอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุอย่างน้อย 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรังสิตคลอง 4 จ.ปทุมธานี โครงการบางละมุง จ.ชลบุรี และโครงการท่าตำหนัก จ.นครปฐม เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งในปี 2562 จะมีประชากรผู้สูงอายุเกินกว่า 60 ปี มีจำนวนมากกว่าประชากรเด็กวัยต่ำกว่า 15 ปี เป็นครั้งแรกในประเทศไทย”ผู้ว่าการการเคหะฯ กล่าวทิ้งท้าย

 

แสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด

VIEW ALL

คลังหารือทวิภาคีกับกลุ่มธนาคารโลกและผู้แทนจากสถาบันการเงิน

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ว่าการของไทยในธนาคารโลก เป็…

รูปธรรมการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา

พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีความน่ากังวลตรงที่มีแหล่งน้ำต้นทุนของตัวเองน้อยมาก ไม่ว่าเขื่อนป…

ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ช่วยสมาชิกสหกรณ์จากภัยแล้ง

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดสรรเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ 500 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บรรเทาปัญหาคว…

บทความแนะนำ

VIEW ALL

คลังหารือทวิภาคีกับกลุ่มธนาคารโลกและผู้แทนจากสถาบันการเงิน

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ว่าการของไทยในธนาคารโลก เป็นหัวหน้าคณ…

รูปธรรมการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา

พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีความน่ากังวลตรงที่มีแหล่งน้ำต้นทุนของตัวเองน้อยมาก ไม่ว่าเขื่อนป่าสักชลสิท…

ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ช่วยสมาชิกสหกรณ์จากภัยแล้ง

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดสรรเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ 500 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บรรเทาปัญหาความเดือดร้อ…