ผส.เชิญชวนบริจาคเบี้ยสูงอายุให้ผู้มีรายได้น้อย

กรมกิจการผู้สูงอายุ เดินหน้าจัดกิจกรรมคาราวานประชาสัมพันธ์การบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทั่วประเทศทั้ง 4 ภาค พร้อมเชิญชวนบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้ผู้ที่มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส

นางไพรวรรณ พลวัน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ได้กล่าวหลังจากเปิดโครงการคาราวานประชาสัมพันธ์การบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่านครราชสีมา ฮอลล์ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา ภายใต้แนวคิด “ให้…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” และรณรงค์การบริจาคประชาสัมพันธ์การจ่ายเบี้ยใน 4 ภาคและมอบเหรียญเชิดชูเกียรติพร้อมเกียรติบัตรแก่ผู้สูงอายุที่บริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ โดยได้เชิญชวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและมีความประสงค์ร่วมบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุเพื่อผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนไปยื่นได้ที่หน่วยงานที่รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของท่าน รวมถึงธนาคารในสังกัดกระทรวงการคลัง อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เป็นต้น โดยท่านจะได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ พร้อมการหักลดหย่อนภาษี 1 เท่า ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารกองทุนผู้สูงอายุผู้สูงอายุ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2354 6100 หรือ เว็บไซต์ www.dop.go.th หรือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง

นางไพรวรรณ กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยและด้อยโอกาส โดยการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เรื่อง กำหนดแหล่งเงินเข้ากองทุนผู้สูงอายุเพิ่มเติม 2 แหล่ง คือ การเก็บภาษีสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 4,000 ล้านบาทต่อปีและการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ผ่านการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปี ได้รับเงินเพิ่มเดือนละ 100 บาท และผู้สูงอายุที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้รับเงินเพิ่มเดือนละ 50 บาท โดยเริ่มมีการจ่ายเงินดังกล่าว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 เป็นต้นมา ในทุกวันที่ 15 ของเดือน

โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 เห็นชอบให้ดำเนินโครงการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ โดยเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 เป็นต้นมา เพื่อนำมาจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพิ่มขึ้นในการดำรงชีพ นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้มีผู้แจ้งความจำนงบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ จำนวน 799 คน รวมทั้งบุคคลทั่วไป รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,952,998,889.44 บาท ทั้งนี้ การบริจาคเบี้ยยังชีพเข้ากองทุนผู้สูงอายุยังมีจำนวนน้อย

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) จึงได้ดำเนินโครงการคาราวานประชาสัมพันธ์การบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและทุกภาคส่วนได้รับรู้ รับทราบ และเข้ามามีส่วนร่วมในการบริจาคเงินเพื่อนำมาจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยขับเคลื่อนคาราวานประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศทั้ง 4 ภาค โดยที่ผ่านมาภาคกลางจัดกิจกรรมขึ้น ณ สวนสาธารณะศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ส่วนในวันนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดกิจกรรม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่านครราชสีมา ฮอลล์ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา เวลา 14.00 น. ส่วนต่อไป ภาคใต้ จัดกิจกรรม ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จังหวัดตรัง อ.เมือง จ.ตรัง ในวันที่ 21 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00 น. และ ภาคเหนือ จัดกิจกรรม ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 27 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 น.

แสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด

VIEW ALL

ครม.สัญจรไฟเขียวกรมชล ผุด​3โครงการแก้ปัญหาน้ำ

         ที่ประชุมกรอ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ตอนบน 1 ไฟเขียวกรมชลประทานศึกษาอ่างแม่สุย​ ปตร.…

ชูแม่แจ่มโมเดล​ ต้นแบบความพอเพียง

นายกรัฐมนตรีชู “แม่แจ่มโมเดล และแม่แจ่มโมเดลพลัส” ต้นแบบการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่าง…

ครม.สัญจรเชียงใหม่-ลำปาง

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่-ลำปาง และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางก…

บทความแนะนำ

VIEW ALL

เมืองทุเรียนแห่งอีสานใต้ ดึงท่องเที่ยวแห่ ซื้อ ชิม จอง

   ในยุคทุเรียนฟีเว่อร์ ถนนทุกสายมุ่งไปที่ศรีสะเกษ โดยเฉพาะ3 อำเภอที่กำหนดเป็นสินค้าGI สิ่งบ่งชี้ทาง…

แม่สาย ไม่สายเกินแก้

แม่น้ำสาย ว่าที่จริงเป็นแม่น้ำสัญชาติพม่า เพราะถิ่นกำเนิดอยู่ฝั่งพม่าไหลลงมาเป็นเส้นกั้นพรมแดนพม่า-ไ…

แก่นมะกรูดโมเดล ต้นแบบความพอเพียง

พื้นที่แปลงเกษตร "โคก หนอง นา" ของนายวันนบ ขอสุข บนพื้นที่ 20 ไร่ และนายจูยูใหม่ มดแดง พื้นที่ 6 ไร่…