ไทยนิยมยั่งยืน..เสริมแกร่งสหกรณ์ผุดแก้มลิงยักษ์เก็บชะลอหอมมะลิทุ่งกุลา

            ผลจากการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพการผลิตของสหกรณ์การเกษตร ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน 2561 ได้ทำให้หลายสหกรณ์ทั่วประเทศยกระดับการทำธุรกิจ และสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จในการดำเนินนโยบายดังกล่าวเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกรในการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

            นายเชิดชัย พรหมแก้ว  รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า  กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบโครงการไทยนิยมยั่งยืน ปี 2561 ให้กับสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ  30 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์แห่งนี้ทำธุรกิจรับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิ105 และแปรรูปเป็นข้าวสารคุณภาพดีเพื่อจำหน่ายทั่วประเทศ ปัจจุบันมีเกษตรกรเป็นสมาชิกสหกรณ์ประมาณ  8,900  คน  โดยสมาชิก 80% ขายข้าวเปลือกให้กับสหกรณ์ และจากกระบวนการผลิตข้าวที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ทำให้ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้จากสหกรณ์การเกษตรแห่งนี้  ได้รับการตอบรับทั่วประเทศ  และจำเป็นต้องมีการขยายธุรกิจ เพื่อรองรับผลผลิตของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สหกรณ์จึงได้เสนอโครงการขอการสนับสนุนงบไทยนิยมยั่งยืนเพื่อปรับปรุงศักยภาพในการแปรรูป ขณะนี้การก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จมีกำลังการผลิต ข้าวสารหอมมะลิจาก  30,000 ตันเพิ่มเป็น 80,000 ตันต่อปี สามารถได้เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ปลายปี2561 ที่ผ่านมา

            “โครงการพัฒนาศักยภาพให้กับสหกรณ์การเกษตรที่รับซื้อข้าวเปลือกและแปรรูปข้าวนี้เป็นประโยชน์มาก ซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อให้สหกรณ์นำไปสร้างโกดังเพื่อเป็นแก้มลิงเก็บชะลอข้าวเปลือกไว้ระยะเวลาหนึ่งก่อนทยอยออกสู่ตลาด ทำให้สามารถรักษาเสถียรภาพราคาข้าวหอมมะลิไม่ให้ตกต่ำ โดยในปี 59-60 ที่ผ่านมา จะเห็นว่าราคาข้าวเปลือกตกต่ำ รัฐได้ขอให้กรมฯ ช่วยประสานกับสหกรณ์การเกษตร หลายพื้นที่ช่วยซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคานำตลาด เพื่อดึงข้าวเปลือกมาเก็บในโครงการชะลอข้าวเปลือกของรัฐบาล ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผล ทำให้ราคาข้าวในตลาดขยับสูงขึ้น และเป็นที่มาของโครงการไทยนิยมยั่งยืน ที่จะสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรทำหน้าที่เป็นแก้มลิงรวบรวมสินค้าการเกษตรหลัก  ๆ ของประเทศ“

            ด้านนางบุญเกิด ภานนท์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์แห่งนี้เป็นสหกรณ์ ที่มีการซื้อขายข้าวเปลือกและแปรรูปข้าวหอมมะลิมากที่สุดของประเทศ เดิมมีกำลังการผลิตเพียง 30,000 ตัน แต่เมื่อได้รับงบไทยนิยมฯ 30 ล้านบาทมาปรับปรุง  ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็นสามารถรองรับข้าวหอมมะลิได้ปีละ  80,000 ตัน  ซึ่งงบจากโครงการไทยนิยมได้นำมาก่อสร้างโกดังเป่าลมเย็นพื้นที่ 2,500  ตารางเมตร ขนาด 40,000 ตัน เพิ่มจากปัจจุบัน ที่สหกรณ์มีโรงสีสีข้าวได้ 120  ตันต่อวัน มีไซโลเก็บข้าวสารได้  200  ตัน โกดังเก็บข้าวสารได้  5,000  ตัน   

            “ สหกรณ์มีทุนหมุนเวียนในการซื้อขายข้าวประมาณ 600  ล้านบาทเป็นเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) และมีกำไรจากการขายข้าวสารประมาณ   400-600  ล้านบาทในแต่ละปี  ไม่รวมรายได้จากธุรกิจรวบรวมข้าวเปลือกในฤดูเก็บเกี่ยว เกษตรกรจะขนข้าวมาขายให้สหกรณ์ประมาณ 1,500  ตันต่อวัน รถติด 3- 5 กม. แต่สหกรณ์จะเปิดรับซื้อทุกวันไม่มีเวลาปิดทำการจนกว่าสมาชิกจะเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกจนหมด  เพราะสมาชิกฝากความหวังไว้กับเรา ซึ่งการขยายศักยภาพการผลิตจากงบโครงการไทยนิยมยั่งยืนทำให้สามารถรองรับผลผลิตของสมาชิกได้เพิ่มมากขึ้น ”

            นางบุญเกิดกล่าวว่า นอกจากสหกรณ์จะรับซื้อข้าวในราคาที่จูงใจแล้ว  สิ้นปีจะมีปันผลให้กับสมาชิกอีกประมาณ  6% นอกจากนั้นยังมีระบบสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ เช่นสร้างห้องพักให้กับโรงพยาบาลประจำอำเภอเกษตรวิสัย กรณีสมาชิกเจ็บป่วยไปใช้บริการนอนที่ห้องนี้โดยไม่ต้องรอเตียงว่างเหมือนคนไข้ทั่วไป นอกจากนั้น ยังมีสวัสดิการในเรื่องทุนการศึกษาของบุตรสมาชิกเบิกได้ 1,500  บาทต่อปี และค่าทำศพ กรณีสมาชิกเสียชีวิต  เป็นต้น 

            “ สิ่งสำคัญคือการสร้างให้สมาชิกรู้ถึงประโยชน์ของการร่วมตัวกันเป็นสหกรณ์ ที่ร่วมกันผลิต ร่วมกันขาย สหกรณ์แห่งนี้จึงเป็นสหกรณ์ที่ใหญ่และสำเร็จจากความร่วมมือของสมาชิก เรามีทุนประมาณ  200  ล้านบาท เงินกู้ 650 ล้านบาท  ทุนสำรอง  100 ล้านบาท  และไม่มีหนี้เสีย นอกจากธุรกิจของสหกรณ์แล้ว แต่ละปีจะมีโครงการพิเศษ ในช่วงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น เร็วๆนี้จะเตรียมช่วยเหลือเครือข่ายสหกรณ์ภาคใต้ โดยทำโครงการข้าวแลกมังคุดในพื้นที่  พังงา นครศรีธรรมราช ยะลา และเงาะในจังหวัดสุราษฏร์ธานีเป็นต้น เพื่อช่วยกระจายผลไม้ออกสู่ตลาด และเมื่อราคาผลไม้ขยับขึ้นสหกรณ์ก็จะถอยออกมา ซึ่งจะเห็นว่าทึกสหกรณ์เราทำงานแบบเกื้อกูลกัน”

แสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด

VIEW ALL

“ธัชพล” เดินหน้ายุทธศาสตร์พัฒนาที่อยู่อาศัย

การเคหะแห่งชาติเตรียมทบทวนตัวเลขยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยชาติ 20 ปี เตรียมเชื่อมฐานข้…

ศูนย์วิจัยธนาคารออมสินคาดปี 63 เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 3.3

ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน คาดว่าเศร…

ออมสิน ถวายผ้ากฐินพร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษา

ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นประธานในพิธีถวายผ้ากฐินสามัคคี ณ วัดห้ว…

บทความแนะนำ

VIEW ALL

“ธัชพล” เดินหน้ายุทธศาสตร์พัฒนาที่อยู่อาศัย

การเคหะแห่งชาติเตรียมทบทวนตัวเลขยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยชาติ 20 ปี เตรียมเชื่อมฐานข้อมูลผู้มีร…

ศูนย์วิจัยธนาคารออมสินคาดปี 63 เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 3.3

ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน คาดว่าเศรษฐกิจไทย ป…

ออมสิน ถวายผ้ากฐินพร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษา

ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นประธานในพิธีถวายผ้ากฐินสามัคคี ณ วัดห้วยปลากั้ง ต…