ผุดศูนย์ขยายพันธุ์พืช 10 แห่งทั่วไทย ตั้งเป้าผลิตพืชพันธุ์ดีป้อนเกษตรกร

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าเปิดบ้านศูนย์ขยายพันธุ์พืช นำชมกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ดีป้อนเกษตรกร หวังลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเพาะพันธุ์พืช มั่นใจราคาถูกกว่าท้องตลาดกว่าครึ่ง

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวหลังจากลงพื้นที่ในการเยี่ยมชมศูนย์ขยายพันธ์พืชที่ 1 จ.ชลบุรี ว่า ปัจจุบันปัญหาหนึ่งของการเกษตร คือเกษตรกร ยังไม่สามารถเข้าถึงพันธุ์ดี และ พันธุ์ดียังมีราคาแพง ในขณะที่พืชหลายชนิดเรายังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศอยู่มาก กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดจัดตั้งศูนย์ขยายพันธุ์พืช 10 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการผลิตและขยายพันธุ์พืชในชั้นพันธุ์ขยายและพันธุ์จำหน่ายไปสู่ กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ศูนย์พันธุ์พืชชุมชน Young Smart Farmer แปลงใหญ่ ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่มีความต้องการ ผ่านกลไกงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ และยังผลิตรองรับพืชเศรษฐกิจที่มีปัญหาโรคพืชแฝงติดไปกับต้นพันธุ์ เช่น ท่อนมันสำปะหลัง โดยปรับพื้นที่ของ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร 10 ศูนย์ (เดิม ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ซึ่งมีภารกิจหลักในการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออยู่แล้ว และปรับปรุงให้เป็นศูนย์ขยายพันธุ์พืชให้ครบทุกวิธี ตั้งแต่การผลิตเมล็ดพันธุ์ ต้นพันธุ์ การใช้ท่อนพันธุ์ และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ  เพื่อสู่เกษตรกร และจัดตั้งกองขยายพันธุ์พืชในการกำกับดูแล ซึ่งศูนย์ฯ ยังกระจายอยู่ทั่วประเทศ 10 ศูนย์ ได้แก่  ศูนย์ขยายพันธุ์พืชจังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช ชลบุรี  สุพรรณบุรี นครราชสีมา อุดรธานี บุรีรัมย์ มหาสารคาม ลำพูน และพิษณุโลก โดยวิเคราะห์ความต้องการด้านการผลิต ผ่านขับเคลื่อนผ่านกระบวนการงานส่งเสริมการเกษตร มี สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด ทำงานร่วมกัน

ด้านนายวิชัย  ตู้แก้ว  ผู้อำนวยการกองขยายพันธุ์พืช กล่าวเพิ่มเติมว่า กองขยายพันธุ์พืช เริ่มดำเนินงานเมื่อปี 61 โดยได้ปรับปรุงโรงเรือนอนุบาลพันธุ์พืช จำนวน 5 ศูนย์ ได้แก่  ศูนย์ขยายพันธุ์พืชจังหวัดชลบุรี, นครราชสีมา, นครศรีธรรมราช, มหาสารคาม และอุดรธานี จัดทำแปลงพันธุ์ไม้ผลยืนต้น พืชผักสมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ กว่า 102 ชนิด พื้นที่ 838 ไร่ สำหรับเตรียมความพร้อมในการผลิตต้นพันธุ์พืชพันธุ์ดี รวมถึงผลิตแม่พันธุ์พืชพันธุ์ดีในห้องปฏิบัติการ ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี่ สับปะรดผลสด หน่อไม้ฝรั่ง กล้วยหิน อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง และอื่น ๆ รวมกว่า 17 ชนิด มากกว่า 255,000 ต้น รวมทั้งพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานผลิตและขยายพันธุ์พืชให้มีความเข้าใจในการผลิตและขยายพันธุ์พืชตลอด ทั้งกระบวนการผลิต  สำหรับ ปีหน้ามีแผนผลิตพืชพันธุ์ดี กว่า 1 ล้านต้น เช่น ต้นพันธุ์อ้อยโรงงาน โดยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 100,000 ต้น เพื่อแก้ไขปัญหาโรคใบขาวซึ่งติดไปกับท่อนพันธุ์, ต้นพันธุ์กล้วยหิน  โดยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 200,000 ต้น เพื่อแก้ไขปัญหาโรคเหี่ยวจากแบคทีเรีย, ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง 100,000 ท่อน แก้ไขปัญหาหัวเน่าและใบด่าง , ต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ โดย เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 100,000 ไหล เพื่อรองรับผลิตสตรอว์เบอร์รี่นอกฤดูในโรงเรือน รวมไปถึงต้นพันธุ์สับปะรดผลสด โดยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 600,000 ต้น เพื่อรองรับการผลิตเพื่อการส่งออก และพืชอื่น ๆ ตามความต้องการของพื้นที่อีกกว่า 30 ชนิด

นอกจากนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ยังได้เยี่ยมชมศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) โดยกล่าวว่า ในส่วนใหญ่ปัญหาในการจัดการศัตรูพืชของเกษตรกร จะพึ่งพาสารเคมีเป็นหลัก การควบคุมศัตรูพืช อาศัยประสบการณ์และความเคยชิน ขาดความรู้ด้านวิชาการเป็นอย่างมาก จึงทำให้การผลิตพืชขาดทั้งปริมาณ คุณภาพ และระบบนิเวศถูกทำลาย  กรมส่งเสริมการเกษตร จึงวางเป้าหมายให้จัดตั้ง ศจช. เน้นการพัฒนาเกษตรกรและชุมชน ให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจร โดยเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ชุมชนและหน่วยงานราชการ มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเพื่อทำให้เกษตรกร ชุมชน มีความเข้มแข็งในอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาสารเคมี ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรใช้ ศจช. เป็นกลไกและ เครือข่ายของการจัดการศัตรูพืช เป็นศูนย์เครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ปัจจุบัน ศจช. ทั้งหมด 1,764 แห่ง อำเภอละ 2 แห่ง ทั่วประเทศ ปัจจุบัน ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ในปัจจุบันใช้เทคนิค การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม  ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร คือการเรียนรู้ควบคู่กับการปฏิบัติจริง เพื่อให้เกษตรกรจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเอง อย่างครบวงจรและยั่งยืน โดยให้เกษตรกร ชุมชน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการระบาดศัตรูพืชแก่เกษตรกร และเป็นจุดในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการระบาดของศัตรูพืช  รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของเกษตรกรในการถ่ายทอดความรู้ และเทคโนโลยีด้านการจัดการ ศัตรูพืชอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อช่วยแก้ปัญหาการระบาดของศัตรูพืช และลดการใช้สารเคมี ในระยะยาว

แสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด

VIEW ALL

บริหารจัดการน้ำแนวใหม่ลดขัดแย้ง นำร่องทั้งลุ่มน้ำสะแกกรัง-ยม

เวลาพื้นที่ใดมีปัญหาเรื่องน้ำ ไม่ว่าน้ำขาดแคลน น้ำท่วม  การแก้ไขปัญหาจะเป็นการศึกษาและดำเน…

ดันสร้างอ่างแม่คำ-แม่แสลบ หวังช่วยพื้นที่เกษตร 1 แสนไร่

กรมชลประทาน เดินหน้าลุยศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดันสร้างอ่างขนาดกลาง 2 แห่งในอ.แม่จัน ตั้งเ…

ทำอีไอเอ-บ้านเอื้ออาทรขายฝืด 2 ปมปัญหาใหญ่การเคหะ

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติเปิด 2 ปมปัญหาใหญ่เสนอ รมว.พม. ทั้งเรื่องการจัดทำอีไอเอก่อนเปิดโคร…

บทความแนะนำ

VIEW ALL

บริหารจัดการน้ำแนวใหม่ลดขัดแย้ง นำร่องทั้งลุ่มน้ำสะแกกรัง-ยม

เวลาพื้นที่ใดมีปัญหาเรื่องน้ำ ไม่ว่าน้ำขาดแคลน น้ำท่วม  การแก้ไขปัญหาจะเป็นการศึกษาและดำเนินการเฉพาะ…

ดันสร้างอ่างแม่คำ-แม่แสลบ หวังช่วยพื้นที่เกษตร 1 แสนไร่

กรมชลประทาน เดินหน้าลุยศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดันสร้างอ่างขนาดกลาง 2 แห่งในอ.แม่จัน ตั้งเป้าแก้ปัญห…

ทำอีไอเอ-บ้านเอื้ออาทรขายฝืด 2 ปมปัญหาใหญ่การเคหะ

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติเปิด 2 ปมปัญหาใหญ่เสนอ รมว.พม. ทั้งเรื่องการจัดทำอีไอเอก่อนเปิดโครงการ และรา…