ผอ.ออมสินเชิญชวนคนไทยออมเพื่ออนาคต

ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่าจากการศึกษาของศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน พบว่าภาพรวมการออมของประเทศไทยยังคงขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง โดยเงินฝากขยายตัวลดลงขณะที่การออมเพื่อการลงทุนในกองทุนและเงินสำรองประกันภัยขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ประกอบกับเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐจึงทำให้เงินออมในระบบชะลอตัวลง ทั้งนี้ ภาพรวมเงินฝากและเงินออมเพื่อการลงทุนประกอบด้วย (1) เงินฝากสะสมในสถาบันรับฝากเงินอยู่ที่ 18.0 ล้านล้านบาท (สัดส่วนร้อยละ 58.7) ขยายตัวร้อยละ 3.4  (2) เงินออมเพื่อการลงทุนจำนวน 9.9 ล้านล้านบาท (สัดส่วนร้อยละ 32.0)  ขยายตัวร้อยละ 9.0 และเงินสำรองประกันภัย 2.7 ล้านบาท (สัดส่วนร้อยละ 9) ขยายตัวร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการที่ประเทศเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว เนื่องจาก

   

มีประชากร   ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปสูงถึง 9.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14.9 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ของ UN ที่กำหนดที่ร้อยละ 10.0 จะถือว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งภาวะสังคมดังกล่าวจะส่งผลกระทบให้กำลังแรงงานลดลง การบริโภคลดลง และข้อเท็จจริงพบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ของไทยมีเงินออมไม่เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตหลังการเกษียณอายุ ซึ่งจะทำให้ประสบปัญหาคุณภาพชีวิตที่ด้อยลง ดังนั้น การส่งเสริมการออมและการวางแผนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

ธนาคารออมสินมีพันธกิจหลักในการส่งเสริมการออมและสร้างวินัยทางการเงิน และได้ดำเนินโครงการส่งเสริมฯ ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบต่างๆ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถบรรลุผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากงานวิจัยของศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน ร่วมกับสถาบันเพื่อ การพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในโครงการสำรวจทักษะทางการเงินและการออมของลูกค้าธนาคารออมสิน ปี 2562  ซึ่งครอบคลุมตัวอย่างจำนวน 5,679 ตัวอย่างทั่วประเทศ ภายใต้กรอบแนวคิดขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ซึ่งผลสำรวจพบว่า ค่าเฉลี่ยทักษะทางการเงินของลูกค้าธนาคารออมสินอยู่ที่ร้อยละ 66.8 ซึ่งสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่ลูกค้าธนาคารออมสินที่มีคะแนนร้อยละ 60.7 และสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยภาพรวมของประเทศไทยที่มีคะแนนร้อยละ 61.0 (BOT2559) อีกทั้งสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยประชากรของกลุ่มประเทศ OECD (2558) ที่มีคะแนนอยู่ที่ร้อยละ 62.9 ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนผลสำเร็จตามพันธกิจของธนาคารออมสิน ในการเป็นผู้นำในการส่งเสริมออมและสร้างวินัยทางการเงิน

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยฯ ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการออมของประชาชนฐานราก จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ทั่วประเทศจำนวน 2,186 ตัวอย่างพบว่าร้อยละ 61.6 ของกลุ่มตัวอย่างมีเงินออม ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่อยู่ร้อยละ 32.2 โดยส่วนใหญ่ ของผู้ที่มีเงินออม ร้อยละ 79.9 มีการออมแบบรายเดือน จำนวนเงินออมเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ โดยภาพรวมการออมของประชาชนฐานรากปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบเท่าตัว แต่จำนวนเงินออมเฉลี่ยต่อครั้งลดลง

               สำหรับวัตถุประสงค์   การออมของประชาชนฐานราก ส่วนใหญ่มีการออมเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน/เจ็บป่วย (ร้อยละ 87.5) และออม เพื่อเป้าหมายต่างๆ ซึ่งพบว่า  3 อันดับแรก คือ ออมเพื่อ เก็บไว้ใช้ยามเกษียณ (ร้อยละ 45.0) เป็นทุนประกอบอาชีพ และเพื่อที่อยู่อาศัย (ร้อยละ 13.6) ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากัน และซื้อยานพาหนะ (ร้อยละ 12.3)

เมื่อสำรวจลักษณะการออมและการลงทุนที่มีในปัจจุบันของประชาชนฐานราก พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นลูกจ้างประจำจะมีการออมกับหน่วยงาน/บริษัท อาทิ จ่ายเงินสมทบ เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/ประกันสังคมฯ และฝากกับธนาคาร ในขณะที่กลุ่มที่มีอาชีพอิสระจะฝากกับธนาคาร เก็บไว้ที่บ้าน และเล่นแชร์

อุปสรรคสำคัญ ที่ประชาชนฐานราก ไม่สามารถออมเงินได้ คือ     ไม่มีเงินเหลือไว้ออม (ร้อยละ 82.7) มีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน (ร้อยละ 55.5) และมีภาระหนี้สิน (ร้อยละ 28.0)

สำหรับเงินสำรองของประชาชนฐานราก หากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องหยุดงานหรือไม่มีรายได้ พบว่า ประชาชนฐานรากร้อยละ 33.7 ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเลยซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วง ในขณะที่ (ร้อยละ 33.3) มีเงินใช้จ่ายไม่เกิน  1 เดือน และ (ร้อยละ 28.5)  มีใช้จ่ายไม่เกิน 3 เดือน

            ถ้าหากมีเหตุฉุกเฉิน (ไม่มีรายได้) ประชาชนฐานรากจะทำอย่างไร ? พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 83.4 เลือกที่จะขอยืมเงินจากคนในครอบครัว/ญาติ/คนรอบข้าง รองลงมาคือขายทรัพย์สินของตนเอง (ร้อยละ 34.1) และจำนอง/จำนำทรัพย์สินของตนเอง (ร้อยละ 33.1)

แสดงความคิดเห็น

บทความล่าสุด

VIEW ALL

กรมชลฯ ลุยปรับโครงการส่งน้ำในนครนายก วางเป้าแก้น้ำทั้งระบบ

กรมชลประทานเดินหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครนายก จ.น…

กรมส่งเสริมเด้งรับแบน 3 สาร ชงมาตรการหนุน700สหกรณ์

มนัญญา สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมมาตรการหนุนสหกรณ์ 700 แห่งทั่วประเทศ จัดเครื่องมือ เครื…

ครม. ผ่านร่างกฎหมายลูก 11 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.น้ำฯ

ครม. มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายลำดับรอง 11 ฉบับ ตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 สร้างกลไกการมี…

บทความแนะนำ

VIEW ALL

กรมชลฯ ลุยปรับโครงการส่งน้ำในนครนายก วางเป้าแก้น้ำทั้งระบบ

กรมชลประทานเดินหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครนายก จ.นครนายก เหต…

กรมส่งเสริมเด้งรับแบน 3 สาร ชงมาตรการหนุน700สหกรณ์

มนัญญา สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมมาตรการหนุนสหกรณ์ 700 แห่งทั่วประเทศ จัดเครื่องมือ เครื่องจักรช่ว…

ครม. ผ่านร่างกฎหมายลูก 11 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.น้ำฯ

ครม. มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายลำดับรอง 11 ฉบับ ตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 สร้างกลไกการมีส่วนร่วมใน…